อีพ็อกซี่epoxy กับ พียู โพลียูรีเทรน polyurethane แต่กต่างกันอย่างไร

พื้น PU โพลียูรีเทรน polyurethane มีคุณสมบัติต่างกันกับ พื้นอีพ็อกซี่ epoxy

ความรู้เกี่ยวกับพื้น PU โพลียูรีเทรน polyurethane กับ พื้นอีพ็อกซี่ epoxy

หลาย ๆ คนคงจะสงสัยว่าคือพื้นที่มีคุณสมบัติอย่างไร  และต่างกันกับ พื้นอีพ็อกซี่ epoxy ตรงไหน     ซึ่งบางคนก็จะเรียกว่า พื้นพียู พื้นPU โพลียูรีเทรน polyurethaneคอนกรีต   หรือพื้นพียู Screed ซึ่งก็คืออันเดียวกัน  แต่โดยทั่วไปที่เห็นเรียกกันจนติดปาก  ก็จะเป็น พื้น PU โพลียูรีเทรน polyurethane   พื้นพียูนี้ จะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่ต้องการปกป้องพื้นผิวคอนกรีตให้ปลอยภัยจากการทำลายของน้ำ  สารเคมีต่าง ๆ กรด หรือว่าด่าง  และป้องกันความชื้น   และด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งเหมือนดั่งคอนกรีต   และความทนทานจึงทำให้มีการเลือกใช้งานได้หลากหลาย  พื้นPU โพลียูรีเทรน polyurethane  ก็จะมีคุณสมบัติพิเศษ   แตกต่างจาก พื้นอีพ็อกซี่ epoxy คือ   พื้นพียูจะไม่ยอมปล่อยให้ความชื้นไหลซึมผ่านตัวฟิล์มสี เพราะถ้าความชื้นไหลผ่านมันก็จะเกิดการบวม หลุดล่อนจากความชื้น    นั้นก็จะเป็นจุดเด่น   ทำให้พื้นชนิดนี้เหมาะสำหรับที่จะทำเป็นพื้นโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร  เครื่องดื่ม โรงงานผลิตเครื่องสำอางค์   และเวชกรรมยา 

ความหนาของพื้นพียูจะมีอยู่ 3 แบบ คือ

1. พื้น epoxyแบบบาง

จะมีความหนาประมาณ 1.5 – 2 มม. ถึงความหนาจะค่อนข้างน้อย คุณสมบัติทางเคมีต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม และราคาจะถูกสุด ซึ่งแบบบางนี้จะเหมาะสำหรับพื้นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยา พวกห้องทดลองและวิจัยค้นคว้า เหมาะกับการรับโหลดน้ำหนักต่ำ ๆ เช่นรถHand Lift หรือเดิน

 

2.พื้น epoxyแบบหนา

จะมีความหนาประมาณ 3.5 – 4 มม. ด้วยความหนาที่หนาขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อการใช้งาน ต่อการขีดข่วน คุณสมบัติทางเคมีต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งแบบนี้จะเหมาะสำหรับพื้นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร เครื่องดื่ม เหมาะกับการรับโหลดน้ำหนักปานกลาง เช่นรถโฟล์คลิฟท์ น้ำหนักไม่เกิน 4 ตัน

 

3. พื้น epoxyแบบหนามาก  

จะมีความหนาประมาณตั้งแต่ 5-10 มม. ด้วยความหนาที่หนาขนาดนี้ ทำให้มีประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกมากขึ้นตามไปด้วย ทนทานต่อการใช้งาน ต่อการขีดข่วน คุณสมบัติทางเคมีต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม มีอายุการใช้งานนานกว่าทุกแบบ ซึ่งแบบนี้จะเหมาะสำหรับพื้นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเคมี วางเครื่องจักรขนาดใหญ่ๆ เหมาะกับการรับโหลดน้ำหนัก เช่นรถโฟล์คลิฟท์ น้ำหนัก 5 ตัน ขึ้นไป

การเลือกวัสดุทำพื้นโรงงานอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่อาจทำให้สับสน ผู้บริหารอาจไปพบข้อมูลบางอย่างเมื่อศึกษาเกี่ยวกับพื้นอีพ็อกซี่ และพื้นโพลียูรีเทนมอร์ต้า (หรือเรียกว่ายูรีเทนซีเมนต์) ควรเลือกวัสดุอย่างไหนดี ?

การถกเถียงกันระหว่างวัสดุอีพ็อกซี่เทียบกับโพลียูรีเทนที่เหมาะสมกับการใช้งานควรเน้นถึงเงื่อนไขของพื้นผิวในพื้นที่นั้น และวัตถุประสงค์ของการใช้วัสดุทำพื้นนั้น พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ปัญหาไม่ได้เกี่ยวกับว่าวัสดุใดดีกว่ากัน แต่เป็นเรื่องตัวเลือกที่ต้องเลือกให้ตรงกับสิ่งแวดล้อมของพื้นที่นั้นมากกว่า ลองมาดูข้อควรพิจารณาก่อนเลือกวัสดุเหล่านี้

เปรียบเทียบระหว่าง 2 วัสดุ

อีพ็อกซี่เป็นที่นิยม และถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางโดยใช้เป็นสารเคลือบผิวพื้นเรซินอีพ็อกซี่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายรูปแบบโดใช้เป็นวัสดุผสมได้หลากหลายประเภท เช่นวัสดุผสมคอนกรีตเช่น ทรายและหิน ซึ่งสามารถให้ความแข็งแรงทนทาน ยึดเกาะผิวหน้าต้านทานต่อการเสียดสี และช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับงานประดับตกแต่งได้ โดยทั่วไปวัสดุอีพ็อกซี่จะจำกัดการใช้งานบนพื้นผิวที่แห้งสะอาด และสมบัติเชิงกลของวัสดุพื้นผิวจะทำงานได้ดีภายใต้เงื่อนไขอุณหภูมิคงที่ เมื่อเลือกการใช้งานที่เหมาะสมแล้ว วัสดุเคลือบพื้นอีพ็อกซี่จะช่วยรักษาโครงสร้างอุตสาหกรรม และความสมบูรณ์ของพื้นผิวรวมทั้งช่วยปกป้องงานโครงสร้างอุตสาหกรรม

พื้นยูรีเทนซีเมนต์ที่ดูเป็นประโยชน์มากกว่าให้คุณสมบัติเหนือกว่าอีพ็อกซี่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย พื้นโพลียูรีเทนมอร์ต้าทนต่อการเปียกผิวและการแกว่งของอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ และรุนแรงซึ่งทำให้วัสดุอีพ็อกซี่มีคุณสมบัติแข็งแกร่งกว่าอีพ็อกซี่มาตรฐานทั่วไป ในบางกรณีพื้นยูรีเทนซีเมนต์สามารถใช้เทพื้น Topping ด้วยอีพ็อกซี่ช่วยการไหลผ่านของไอความชื้นจากผิวดินข้างล่างขึ้นมาที่ผิวคอนกรีต สามารถใช้อีพ็อกซี่ในงานตกแต่งหรือทำพื้นอื่นๆ ขณะที่งานอื่นๆ อาจไม่เหมาะจะใช้

การใช้วัสดุทำพื้นอีพ็อกซี่เทียบกับโพลียูรีเทน

คอนกรีตแบบแห้งมาใหม่หรือกำลังใช้อยู่

ทุกพื้นคอนกรีตควรได้รับการทดสอบอัตราการซึมผ่านของไอน้ำหรือ MVT (Moisture Vapor Transmission) ก่อนติดตั้งวัสดุเคลือบพื้นทุกชนิด หากผลการทดสอบอยู่ในพารามิเตอร์ตามมาตรฐานผู้ผลิตสารเคลือบพื้นผิวซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นคอนกรีต พื้นอีพ็อกซี่ก็จัดเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานเกี่ยวกับโครงสร้างอุตสาหกรรม การค้า หรือสถาบัน

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบทันทีทันใด

สำหรับโครงสร้างต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดของอากาศและพื้นผิวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามปกติยูรีเทนซีเมนต์จะเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุด ความสามารถของยูรีเทนมอร์ต้าในการขยายและหดตัวในอัตราเดียวกับพื้นผิวคอนกรีตทำให้เกิดการตรึงไว้กับที่ไม่มีอิสระเคลื่อนที่

ความชื้น

พื้นที่อื่นที่พื้นยูรีเทนซีเมนต์ที่สามารถแข่งขันกับพื้นอีพ็อกซี่ได้คือคุณสมบัติทนต่อความชื้น ในเรื่องความเปียกผิว และความชื้นอื่นๆ โครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีความชื้นสูง พื้นผิวคอนกรีตอาจไม่แห้งจึงจำเป็นต้องติดตั้งอีพ็อกซี่ สำหรับการดำเนินงานเหล่านี้เช่นเดียวกับคอนกรีตสีเขียว และสถานการณ์ MVT พื้นยูรีเทนมอร์ต้า และพื้นรองพื้นอาจเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งพื้นอีพ็อกซี่และพื้นโพลียูรีเทนมอร์ต้ามีให้เลือกหลายแบบ และปรับแต่งได้ การตัดสินใจว่าควรใช้วัสดุทำพื้นชนิดใดสำหรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเฉพาะของคุณนั้นจะกลายเป็นเรื่องง่ายหากคุณมีมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการทำพื้นคอนกรีต โปรดโทรหาตัวแทนด้านเทคนิคอันชาญฉลาดของเราและผู้ติดตั้งที่ได้รับอนุญาตเพื่อให้บริการทำพื้นที่เหมาะสำหรับคุณ